| หน้าหลัก | รายงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ | เข้าสู่ระบบ|
รายการหนังสือ
ประเภท วิจัย
เลขเรียกหนังสือ 001 ป.11
ชื่อเรื่อง รายงานการประเมินผล ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของกรมประชาสัมพันธ์ ประจำปีงบประมาณ 2552 ตัวชี้วัดที่ 3.1.7 ร้อยละของระดับความพึงพอใจของหน่วยงานเจ้าของโครงการประชาสัมพันธ์พิเศษ
ชื่อผู้แต่ง รศ. ดร. สราวุุธ อนันตชาติ
ภาษา ไทย
จำนวน 2 ฉบับ
ปีที่พิมพ์ 2553
คำสำคัญ (Keyword) การประเมินผลตัวชี้วัด/ ความพึงพอใจ/ โครงการประชาสัมพันธ์
บทคัดย่อ (Abstract) การประเมินผลตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของกรมประชาสัมพันธ์  ประจำปีงบประมาณ  2552  ในตัวชี้วัดที่ 3.1.7  เรื่องความพึงพอใจของหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการประชาสัมพันธ์พิเศษ  ที่ได้โอนเงินงบประมาณมาให้กรมประชาสัมันธ์จัดทำแผนงานประชาสัมพันธ์และดำเนินการ  จำนวนทั้งหมด  3  โครงการในครั้งนี้  ใช้ระเบียบวิธีวิจัยทั้งการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก  และการวิจัยเชิงสำรวจเบื้องต้น  ประกอบกัน  เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนจากผู้รับผิดชอบในโครงการดังกล่าว  จำนวนรวม  9  คน  โดยเก็บข้อมูลระหว่างเดือนกันยายน  ถึงเดือนธันวาคม  พ.ศ. 2552
          โดยผลการวิจัยพบว่า  ในเรื่องของขั้นตอนในการจัดทำโครงการประชาสัมพันธ์นั้นมีการเริ่มจากการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างกรมประชาสัมพันธ์กับเจ้าของโครงการฯเพื่อหาแนวทางในการวางโครงการ  และจัดตั้งคณะอนุกรรมการทำงาน  ซึ่งการที่โครงการดำเนินการด้วยการมีชุดคณะทำงานนั้นก็ทำให้การวางแผนเป็นไปโดยราบรื่น  แต่ด้วยความที่กรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงานราชการ  ทำให้การทำงานยังขาดความคล่องตัว  ใช้เวลาในการดำเนินการจัดเตรียมแผนค่อนข้างนาน  เนืองมาจากระเบียบขั้นตอนการปฏิบัติงานของทางจัดทำโครงการฯ  อยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ  ที่ค่าเฉลี่ย  2.56  จากมารตวัด  5  ระดับ
ในเรื่องของแผนงานของโครงการประชาสัมพันธ์  เนื่องจากการวางแผนประชาสัมพันธ์เป็นการวางแผนในอนาคต  ตัวรายละเอียดของแผนงานที่กรมฯ  จัดทำจึงมักเป็นเขียนแบบวางแผนไว้อย่างคร่าวๆ  รายละเอียดที่ให้มานั้นเป็นรายละเอียดที่ไม่สามารถที่จะระบุรายละเอียดของตัวสื่อได้  ทำให้เจ้าของโครงการฯ  ไม่สามารถติดตามผลได้  ความพึงพอใจในส่วนนี้จึงไม่สูงนัก(ผลการวิจัยเชิงปริมาณในเรืองนี้ของกลุ่มเป้าหมายต่อความพึงพอใจกับแผนงานของโครงการฯ  มีค่าเฉลี่ยที่ระดับ  3.22  จากมาตรวัด  5  ระดับ)

ต่อมา  ประเด็นที่สาม  การประสานงานในการดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์  ถือเป็นจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของการประเมินความพึงพอใจ  เนื่องจากความเป็นระบบราชการสูงในการทำงานของกรมประชาสัมพันธ์  จึงทำให้การประสานงานนั้นมีขั้นตอน  และสายการบังคับบัญชามาก  การสื่อสารภายในองค์กรนั้นมีความซับซ้อน  และปัญหาดังกล่าวนำไปสู่ปัญหาอื่นๆตามมา  เช่น  ในเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า  ดังนั้น  ผลการวิจัยเชิงปริมาณในเรืองความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายต่อการประสานงานในการดำเนินโครงการฯ  จึงมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดจากคำถามทั้งหมด  15  ข้อ  โดยอยู่ที่ระดับ 2.44  จากมาตรวัด  5  ระดับ
ประเด็นที่สี่  ความครอบคลุมของเนื้อหาที่ถูกเผยแพร่ในกิจกรรมและ/หรือสื่อต่างๆ ตามโครงการ  ผลการวิจัยเชิงปริมาณเกี่ยวกับความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายต่อความครอบคลุมของเนื้อหาที่ถูกเผยแพร่ในกิจกรรมและ/หรือสื่อต่างๆ ที่กำหนดตามโครงการฯ  มีค่าเฉลี่ยที่ระดับ  3.33  (จากมาตรวัด  5  ระดับ)  ขณะที่ผลการวิจัยเชิงคุณภาพพบว่า  เจ้าของโครงการฯ  มีความพึงพอใจในส่วนของเนื้อหาที่อยู่ในสื่อนั้นเป็นอย่างดี  เนื้อหาข่าวมีความครอบคลุม  ไม่มีตกหล่น  จึงได้รับความไว้วางใจมาก  เนื่องด้วยเพราะความที่เป็นภาครัฐด้วยกันและการดำเนินงานนั้นมีลักษณะทีเป็นคณะอนุกรรมการ  ดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเช่นเดียวกัน  ดังนั้น  การดำเนินงานตามแผนประชาสัมพันธ์ในภาพรวมก็สามารถทำได้อย่างดี  มีความเข้าใจ  และยังมีส่วนที่กรมฯ  นั้นพยายามที่จะประยุกต์เนื้อหาของโครงการต่างๆสอดแทรกเข้าไปในสื่ออื่นๆ  ที่กรมฯ  มีความรับผิดชอบอยู่  เนื่องจากการมีจิดสาธารณะที่มุ่งจะช่วยเหลื่อหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน  จึงสามารถสรุปได้ว่า  ทางกรมฯ  สามารถทำได้เป็นที่น่าพึงพอใจในเรืองดังกล่าว
และสุดท้าย  เรื่องการรายงานผลการดำเนินงานของโครงการประชาสัมพันธ์  ทางเจ้าของโครงการฯ  เห็นว่า  ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง  จึงทำให้มีความพึงพอใจไม่สูงนัก  เนื่องจากทางเจ้าของโครงการฯ  นั้นไม่สามารถที่จะตรวจสอบสื่อที่ทำการเผยแพร่ไปสู่ประชาชนด้วยตัวเองได้เลย  การรายงานผลต้องรอจากการรายงานมาจากกรมฯ  เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้นและการรายงานผลที่ได้รับก็ไม่ค่อยจะมีความละเอียดมากนัก  ขาดความครบถ้วนในส่วนของเนื้อหาที่มีการรายงาน  ดังนั้น  เรื่องของการรายงานผลการดำเนินงานจึงเป็นจุดด้อยอีกประการหนึ่งที่ควรจะต้องยิบยกมาพิจารณา  เพื่อปรับปรุงให้เจ้าของโครงการฯ  มีความพึงพอใจในระดับที่สูงมากยิ่งขึ้น  โดยผลการวิจัยเชิงปริมาณในเรืองดังกล่าว  มีค่าเฉลี่ยที่ระดับ  2.67  จากมาตรวัด  5  ระดับ
เมื่อพิจารณาค่าร้อยละของความพึงพอใจโดยรวมที่เจ้าของโครงการฯ  ทั้ง 9 คนประเมินออกมา  พบว่า  อยู่ที่ร้อยละ  63.2  ซึ่งจากเกณฑ์เป้าหมายที่ถูกกำหนดไว้ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของกรมประชาสัมพันธ์  ในตัวชี้วัดที่ 3.17  ที่ร้อยละ  85.0  นั้น  เมื่อนำผลการประเมินที่ได้มาทำการเปรียบเทียบ  ก็พบว่า  ค่าร้อยละที่ได้จากผลการประเมินในครั้งนี้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด  จึงสรุปได้ว่า  ผลการประเมินความพึงพอใจของหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการประชาสัมพันธ์พิเศษ  ที่ได้โอนงบประมาณมาให้กรมประชาสัมพันธ์จัดทำแผนงานประชาสัมพันธ์และดำเนินการในปีงบประมาณ  2552  ไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้
ส่วนข้อเสนอแนะจากผลการประเมิน  คือ  ในเรืองของ 1) การบริหารจัดการโครงการของกรมฯ  ที่ควรปรับปรุงการทำงานให้มีความทันสมัย  ลดรูปแบบของการเป็นราชการลง 2) การกำหนดรายละเอียดของกลุ่มเป้าหมายผู้รับสารให้มีความชัดเจนในทำนองเดียวกันที่เอกชนดำเนินการ 3) การประสานงานและติดตามผล  ที่ควรมีความรวดเร็ว  และลดขั้นตอนที่สลับซับซ้อนและ 4) การรายงานผล  ที่ควรมีรายละเอียด  ครบถ้วน  สามารถตรวจสอบได้  ทั้งในระหว่างดำเนินโครงการ  และเมื่อโครงการเสร็จสิ้นแล้ว
หมายเหตุ / ที่มา


ติดต่อขอยืมเอกสาร หรือติดต่อสอบถามได้ที่ กลุ่มวิจัยและพัฒนา สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์
โทร. 0-2618-2323 ต่อ 1507, 1508
 
   
     
  กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีย์สัมพันธ์ ถ.พระราม 6 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0-2618-2323 - 40 โทรสาร : 0-2618-2364, 0-2618-2399 E-mail : intraweb@prd.go.th