| รายการหนังสือ |
| ประเภท |
วิจัย |
| เลขเรียกหนังสือ |
001 ป.45 |
| ชื่อเรื่อง |
รายงานวิจัย โครงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อนโยบาย 5 ด้านของรัฐบาล |
| ชื่อผู้แต่ง |
กรมประชาสัมพันธ์ |
| ภาษา |
ไทย |
| จำนวน |
5 ฉบับ |
| ปีที่พิมพ์ |
2550 |
| คำสำคัญ (Keyword) |
นโยบายรัฐบาล |
| บทคัดย่อ (Abstract) |
โครงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อนโยบาย 5 ด้านของรัฐบาล กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ 3 ประการ ดังนี้ 1) เพื่อสำรวจความเข้าใจ ความรู้ และการยอมรับต่อโครงการที่เกิดขึ้นสนองนโยบาย 5 ด้านของรัฐบาล 2) เพื่อสำรวจความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อนโยบายของรัฐบาล 3) เพื่อทราบช่องทางการรับสื่อของประชาชนต่อนโยบายรัฐบาล โดยทำการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ (Ouantitative Research) รวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว (Face-to-face Interview) และวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณา (Descriptive Statistics)
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ คือ กลุ่มประชาชนทั่วไปที่พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ) จำนวนทั้งสิ้น 1,500 ตัวอย่าง ใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างตามพื้นที่ (Cluster Sampling) จัดเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 8-30 มิถุนายน 2550 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย ผลการวิจัยพบว่า
1. คุณลักษณะทางประชากรศาสตร์ของกลุ่มตัวอย่าง
ผู้ตอบแบบสอบถาท เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชายเล็กน้อย เป็นหญิง(ร้อยละ 51.1) และเพศชาย (ร้อยละ 48.9)
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีอายุระหว่าง 26-35 ปี (ร้อยละ 36.8) รองลงมา อายุ 36-45 ปี (ร้อยละ 24.1) อายุ 18-25 ปี (ร้อยละ 19.3) อายุ 46-55 ปี (ร้อยละ 11.9) และอายุ 56 ปี ขึ้นไป (ร้อยละ 7.8 ) ตามลำดับ
ส่วนใหญ่มีอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน (ร้อยละ 22.3) รองลงมา ประกอบอาชีพอิสระ (ร้อยละ 21.2) ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ (ร้อยละ 16.7) แม่บ้าน (ร้อยละ 13.7) นักเรียน/นักศึกษา (ร้อยละ 13.5) และรับจ้างทั่วไป (ร้อยละ 12.5) ตามลำดับ
ในส่วนระดับการศึกษา พบว่า มีการศึกษาระดับปริญญาตรีมากที่สุด (ร้อยละ 37.1) รองลงมา ระดับ ปวช./ปวส./อนุปริญญา (ร้อยละ 20.4) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ร้อยละ 15.7) ระดับประถมศึกษา (ร้อยละ 12.9) ระดับมัธยมศึกษา (ร้อยละ 11.8) รวมถึงระดับปรัญญาโท (ร้อยละ 2.1) และระดับปริญญาเอก (ร้อยละ 0.1) ตามลำดับ
2. การรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนโยบาย 5 ด้านของรัฐบาล
พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ระบุว่ารับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายทั้ง 5 ด้านของรัฐบาล สำหรับนโยบายที่รับรู้ข้อมูลข่าวสารมากที่สุดคือ นโยบายด้านสังคม (ร้อยละ 91.9) รองลงมา นโยบายด้านการรักษาความมั่นคงของรัฐ (ร้อยละ 90.7) นโยบายด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (ร้อยละ 86.6) นโยบายด้านการปฏิรูปการเมือง การปกครอง และการบริหารราชการแผ่นดิน (ร้อยละ 85.5) ในขณะที่นโยบายที่รับรู้ข้อมูลข่าวสารน้อยที่สุด คือ นโยบายด้านเศรษฐกิจ (ร้อยละ 81.6)
พบว่าแหล่งข้อมูลที่กลุ่มตัวอย่างรับรู้นโยบาย 5 ด้านของรัฐบาล เรียงลำดับดังนี้ ช่องทางที่รับรู้มากที่สุด คือ จากรายงานข่าวต้นชั่วโมงของสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง (ร้อยละ 82.5) รองลงมา รับรู้จากการอ่านหนังสือพิมพ์รายวัน (ร้อยละ 67.1) รับชมการถ่ายทอดสดวันแถลงนโยบายของรัฐบาลผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจทุกช่อง (ร้อยละ 24.4) รับฟังการถ่ายทอดข่าวประจำวันของกรมประชาสัมพันธ์ (ร้อยละ 23.6) การนำเสนอข่าวทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 11 ของกรมประชาสัมพันธ์ (ร้อยละ 23.0) และรายการข่าวต้นชั่วโมงของสถานีวิทยุทั่วไป (ร้อยละ 22.9)
3.ความพึงพอใจต่อการดำเนินงานตามนโยบายที่แถลงไว้
ด้านความพึงพอใจที่มีต่อการดำเนินงานตามนโยบายที่แถลงไว้ พบว่า กลุ่มตัวอย่างประเมินความพึงพอใจต่อผลงานตามนโยบายทั้ง 5 ด้านของรัฐบาล ในระดับ พึงพอใจ (ค่าเฉลี่ย 4.01-7.00) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า นโยบายที่ได้รับค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจสูงสุด คือ นโยบายด้านสังคม ระดับ พึงพอใจ (ค่าเฉลี่ยรวม 6.79) อันดับ 2 คือ นโยบายด้านการปฏิรูปการเมือง การปกครอง และการบริหารราชการแผ่นดิน ระดับ พึงพอใจ (ค่าเฉลี่ยรวม 6.57) อันดับ 3 คือ นโยบายด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ระดับพึงพอใจ (ค่าเฉลี่ย 6.44) อันดับ 4 คือ นโยบายด้านเศรษฐกิจ ระดับพึงพอใจ (ค่าเฉี่ย 6.32) และอันดับสุดท้าย คือ นโยบายด้านการรักษาความมั่นคงของรัฐ ระดับ พึงพอใจ (ค่าเฉลี่ยรวม 6.07)
4. ความสามารถในการปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้
ด้านการประเมินความสามารถในการปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นว่ารัฐบาลสามารถปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้ ในระดับ สามารถปฏิบัติได้ดี (ค่าเฉลี่ย 4.01-7.00) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า นโยบายด้านที่เห็นว่าสามารถปฏิบัติได้ตามที่แถลงไว้ได้มากที่สุด คือ นโยบายด้านสังคมระดับ สามารถปฏิบัติได้ดี (ค่าเฉลี่ยรวม 6.60) อันดับ 2 คือ นโยบายด้านการปฏิรูปการเมือง การปกครอง และการบริหารราชการแผ่นดินระดับ สามารถปฏิบัติได้ดี (ค่าเฉลี่ยรวม 6.45) อันดับ 3 คือ นโยบายด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ระดับสามารถปฏิบัติได้ดี (ค่าเฉลี่ย 6.31) อันดับ 4 คือ นโยบายด้านเศรษฐกิจ ระดับ สามารถปฏิบัติได้ดี (ค่าเฉลี่ยรวม 6.19) และอันดับสุดท้าย คือ นโยบายด้านการรักษาความั่นคงของรัฐ ระดับ สามารถปฏิบัติได้ดี (ค่าเฉลี่ยรวม 5.87)
5. ประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาลตามนโยบายทั้ง 5 ด้าน
ผลการศึกษา พบว่า ในภาพรวมประสิทธิภาพการดำเนินงานตามนโยบายทั้ง 5 ด้าน ภายใต้การนำของพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์นั้น กลุ่มตัวอย่างประมาณ 3 ใน 5 คิดเป็นร้อยละ 60.4ประเมินว่าประสิทธิภาพการดำเนินงาน อยู่ในระดับปานกลาง รองลงมา ต้องปรับปรุง (ร้อยละ 21.5) ดี (ร้อยละ 12.9) ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถประเมินำได้ (ร้อยละ 4.1) และ ดีมาก (ร้อยละ 1.1)
ผลการศึกษาในภาพรวมจากนโยบายที่แถลงไว้ทั้ง 5 ด้าน พบว่ากลุ่มตัวอย่างประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานตามนโยบายด้านสังคม ว่ามีประสิทธิภาพการทำงานสูงที่สุด รองลงมาคือ นโยบายด้านการปฏิรูปการเมือง การปกครอง และการบริหารราชการแผ่นดิน ในขณะที่นโยบายที่ถูกประเมินประสิทธิภาพการทำงานต่ำสุด คือ นโยบายด้านการรักษาความมั่นคงของรัฐ
6. ความพอเพียงของปริมาณข้อมูลข่าวสารของนโยบายทั้ง 5 ด้านของรัฐบาล
ผลการศึกษาในภาพรวม กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 90 มีความเห็นว่าปริมาณของข้อมูลข่าวสารที่ได้รับในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เกี่ยวกับนโยบายทั้ง 5 ด้านของรัฐบาล มีปริมาณพอเพียงแล้ว เมื่อวิเคราะห์เป็นรายด้าน พบว่า นโยบายที่มีความพอเพียงของข้อมูลข่าวสารมากที่สุด คือ นโยบายด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (ร้อยละ 93.7) อันดับ 2 คือ นโยบายด้านสังคม (ร้อยละ 92.7) อันดับ 3 คือ นโยบายด้านการรักษาความมั่นคงของรัฐ (ร้อยละ 91.7) อันดับ 4 คือ นโยบายด้านเศรษฐกิจ (ร้อยละ 88.9) และอันดับสุดท้าย คือ นโยบายด้านการปฏิรูปการเมือง การปกครอง และการบริหารราชการแผ่นดิน (ร้อยละ 84.8)
7. ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงวิธีการดำเนินงาน
7.1 ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงวิธีการดำเนินงานตามนโยบาย 5 ด้านของรัฐบาล
เกือบทั้งหมด ของกลุ่มตัวอย่าง 1,500 ตัวอย่าง ร้อยละ 95 มีความเห็นว่าวิธีการดำเนินงานตามนโยบายทั้ง 5 ด้าน ที่ปฏิบัติอยู่ ผ่านเกณฑ์การประเมินความสามารถปฏฺบัติได้ตามนโยบายที่กำหนดไว้ หมายถึงกลุ่มตัวอย่างให้คะแนนประเมิน ตั้งแต่ คะแนน 5-10 ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างส่วนน้อย ประมาณร้อยละ 5 มีความเห็นว่าวิธีการดำเนินงานตามนโยบายที่ใช้อยู่ ควรมีการปรับปรุง หมายถึงฝห้คะแนนประเมินต่ำกว่า 5 คะแนน
ในด้านของกลุ่มที่ให้คะแนนประเมินต่ำกว่า 5 คะแนน สิ่งที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ต้องการให้ปรับปรุง คือ รัฐบาลต้องมีความตั้งใจอย่างจริงจัง ทำงานให้เป็นระบบมากขึ้น ต้องมีความจริงใจที่ต้องการดำเนินงานตามนโยบาย ดำเนินการอย่างรวดเร็ว และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่ารัฐบาลสามารถทำได้
7.2 ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงวิธีการดำเนินการประชาสัมพันธ์นโยบาย 5 ด้าน
ในการสำรวจความคิดเห็นต่อปริมาณข้อมูลข่าวสารที่ได้รับเกี่ยวกับนโยบาย 5 ด้านของรัฐบาล พบว่ากลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมด ร้อยละ 90 ระบุว่า ได้รับข้อมูลข่าวสารในปริมาณที่พอเพียง
ในขณะที่เหลือประมาณ ร้อยละ 10 ระบุว่าข้อมูลข่าวสารที่ได้รับยังน้อยไปไม่เพียงพอวิธีการแรกที่ต้องดำเนินการ คือ ต้องแถลงผลงานหรือรายงานความก้าวหน้าให้ครบทุกสื่อทุกช่องทาง คือ โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ถ้าสามารถจัดทำเป็นเอกสารแจกได้จะเป็นการดี นอกจากนี้ ควรมีการแถลงข่าวอย่างต่อเนื่อง 1 ครั้งต่อเดือนเป็นอย่างน้อย และในส่วนข้อมูลที่นำเสนอควรเป็นข้อมูลที่ถูกต้องไม่ปิดบังและมีความโปร่งใส |
| หมายเหตุ / ที่มา |
|
ติดต่อขอยืมเอกสาร หรือติดต่อสอบถามได้ที่ กลุ่มวิจัยและพัฒนา สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์ โทร. 0-2618-2323 ต่อ 1507, 1508 |
|