| หน้าหลัก | รายงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ | เข้าสู่ระบบ|
รายการหนังสือ
ประเภท วิจัย
เลขเรียกหนังสือ 001 ท.46
ชื่อเรื่อง รายงานผลการศึกษาวิจัยเรื่องการศึกษาการพัฒนาและแนวทางการแก้ไขพระราชกฤษฎีกากำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ.2522 เพื่อกำหนดงานที่อนุญาตให้คนต่างด้าวทำได้
ชื่อผู้แต่ง กองแผนงานและสารสนเทศ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน
ภาษา ไทย
จำนวน 1 ฉบับ
ปีที่พิมพ์ 2552
คำสำคัญ (Keyword) รายงานการวิจัย
บทคัดย่อ (Abstract) โครงการศึกษาวิจัย เรื่อง การศึกษาการพัฒนาและแนวทางการแก้ไขพระราชกฤษฎีกากำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ.2522 เพื่อกำหนดงานที่อนุญาตให้คนต่างด้าว ทำได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสถานการณ์การใช้คนต่างด้าว และความต้องการในการใช้คนต่างด้าวของภาคธุรกิจ (2) ศึกษาแนวทางในการอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาทำงานทดแทนในสาขาอาชีพที่มีความต้องการสูงและไม่สามารถหาคนไทยทำงานได้ และ (3) ศึกษาหาแนวทางในการแก้ไขพระราชกฤษฎีกา กำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ.2522 ส่วนประชากรที่ใช้ในการศึกษา แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจ ผู้ประกอบอาชีพและวิชาชีพคนไทย และผู้ประกอบวิชาชีพที่เป็นคนต่างด้าว การศึกษากำหนดพื้นที่เก็บข้อมูลกระจายในทั่วทุกภูมิภาค ดดยเลือกจังหวัดที่มีประเภทอาชีพเป็นงานห้าม 39 อาชีพ ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ.2522 และจังหวัดที่มีจำนวนคนต่างด้าวทำงานตามที่ระบุในอนุญาตทำงาน รวม 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี อ่างทอง สมุทรปราการ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง นครราชสีมา ขอนแก่น สระบุรี และภูเก็ต ในด้านวิธีการศึกษาแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นการศึกษาจากเอกสาร (Document Research) ซึ่งเป็นการศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร ผลงานวิจัย บทความทางวิชาการและข้อมูลสถิติที่เกี่ยวข้อง และการศึกษาข้อมูลภาคสนาม (Field Research) เป็นการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสุมภาษณ์ / การสัมภาษณ์แบบเจาะลึกและการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) 
ผลการศึกษา พบว่า โครงสร้างของผู้มีงานทำคนไทยตามประเภทอาชีพในช่วงปี 2545-2549 ผู้มีงานทำส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้ปฏิบัติงานฝีมือด้านการเกษตรและประมง (แปรรูปพื้นฐาน) แต่มีจำนวนที่ลดลง ส่วนผู้มีงานทำในประเภทอาชีพอื่นมีการขยายตัวที่เพิ่มขึ้น เรียงตามลำดับจากช่างเทคนิคและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบวิชาชีพและวิชาการ ผู้ทำงานอาชีพพื้นบานหรือคนงานกรรมกรทั่วไป และพนักงานบริการ เป็นต้น
คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้อง ตามประเภทใบอนุญาตทำงานเป็น 4 ประเภท คือ ประเภทตลอดชีพ ประเภทชั่วคราว ประเภทส่งเสริมการลงทุน และคนต่างด้าวตามมาตรา 12 ในช่วงระหว่างปี 2546-2550 มีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 1 แสนคนในปี 2546 เป็นกว่า 1.73 แสนคนในปี 2550 โดยคนต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราวมีสัดส่วนมากที่สุดร้อยละ 49-50 หรือจำนวนกว่า 8.98 หมื่นคน รองลงมาเป็น คนต่างดด้าวตามาตรา 12 มีสัดส่วนร้อยละ 28.15 หรือมีจำนวนกว่า 5.03 หมื่นคน และคนต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตทำงานประเภทส่งเสริมการลงทุนร้อยละ 13.51 หรือมีจำนวน 2.42 หมื่นคน และคนต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตทำงานประเภทตลอดชีพมีสัดส่วนร้อยละ 8.06 หรือเป็นจำนวน 1.44 หม่นคน 
ในส่วนของคนต่างด้าวทำงานในประเทสไทยตามใบอนุยาตทำงานประเภทชั่วคราวมีปริมาณสูงขึ้นอย่างมาก จากจำนวน 3.87 หมื่นคนในปี 2545 เพิ่มเป็นกว่า 8.99 หมื่นคนในปี 2550 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตกว่าร้อยละ 132.0  โดยเฉพาะคนต่างด้าวที่ทำงานในประเภทผู้บริหารระดับสูงหรือผู้จัดการมีสัส่วนมากที่สุด  รองลงมาเป็นผู้ประกอบวิชาชีพและวิชาการ  และช่างเทคนิคหรือผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
ในประเภทอาชีพที่คนต่างด้าวแต่ละสัญชาติได้รับใบอนุญาตทำงานอยู่  พบว่า  คนต่างด้าวในตลาดแรงงานไทยส่วนใหญ่ที่ทำงานในตลาดแรงงานระดับบนในประเภทอาชีพผู้บริหารระดับสูงและผู้จัดการ  เป็นคนญี่ปุ่นกว่า 1.74  หมื่นคน  รองลงมาเป็นคนอินเดียจำนวนกว่า  7.51 พันคน  คนจีน  5.81  พันคน  คนอังกฤษ  5.58  พันคน  จีนไต้หวัน  4.55  พันคน  อเมริกันกว่า  3.44  และคนเกาหลีใต้อีกกว่า  3 พันคน  ในส่วนของผู้ประกอบวิชาชีพและวิชาการ  ส่วนใหญ่เป็นคนฟิลิปปินส์  4.82  พันคน  รองลงมาเป็นอเมริกัน  3.66  พันคน  คนอังกฤษ  3.53  พันคน  คนญี่ปุ่น  2.9  พันคน  และคนจีนอีกกว่า  2.69  พันคน  และส่วนที่เป็นช่างเทคนิค  ส่วนใหญ่เป้นคนจีน  2.69  พันคน  และคนญี่ปุ่นอีก 2.32  พันคน 
ส่วนการเปรียบเทียบผู้มีงานทำคนไทยกับคนต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราว  ในประเภทอาชีพผู้บริหารระดับสูงและผู้จัดการ  พบว่า  ในปี  2549  สัดส่วนของคนต่างด้าวที่ทำงานในระดับผู้บริหารระดับสูงหรือผู้จัดการโดยรวมมีสัดส่วนเพียงร้อยละ  2.18 ของคนไทยที่ทำงานในประเภทอาชีพและตำแหน่งเดียวกัน แต่พบว่า ผู้ที่ทำงานในตำแหน่งระดับกรรมการบริหารเป็นคนต่างด้าวมากกว่าคนไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยคนต่างด้าวมีจำนวน 2.2 หมื่นคน คิดเป้นร้อยละ 63.57 ส่วนคนไทยมีจำนวนเพียง 1.26 หมื่นคนคิดเป็นร้อยละ 36.42 เท่านั้น ในอนาคตคนไทยอาจมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งทางการบริหาร และเป็นผู้บริหารระดับสูงในภาคเอกชนได้น้อยลง นอกจากนั้นแล้ว ในประเภทอาชีพผู้จัดการฝ่ายหรือผู้จัดการแผนก ที่ไม่ใช่ผู้จัดการทั่วไปมีจำนวนคนต่างด้าวทำงานในตำแหน่งระดับสูงถึง 2.33 หมื่นคนหรือคิดเป็นร้อยละ 19.58 ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า คนต่างด้าวเข้ามาครองตลาดแรงงานในระดับบนของไทยได้ตั้งแต่ระดับผู้จัดการฝ่ายหรือผู้จัดการแผนก ซึ่งเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาผยเฉพาะด้านมากกว่าตำแหน่งประเภทผู้จัดการทั่วไปที่คนไทยมีสัดส่วนการครองตำแหน่งมากกว่า
ตลาดแรงงานไทยในระดดับบนซึ่งเป้นประเภทงานสำหรับผู้มีการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ประกอบด้วยอาชีพ ผู้บริหาร ผู้จัดการ ผู้ประกอบวิชาชีพและวิชาการ และช่างเทคนิคส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่น รองลงมาเป็นจีน อังกฤษ อินเดีย อเมริกา และฟิลิปปินส์ ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยที่เป็นความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่พบว่าเงินลงทุนส่วนใหญ่ยังมาจากประเทสญี่ปุ่น และจากการที่เป็นเงินลงทุนในลักษณะที่ไหลเข้ามาสู่บริษัทข้ามชาติสัญชาติญี่ปุ่นหรือบริษัทร่วมทุนที่มีคนญี่ปุ่นเป็นผู้ถือหุ้นหลัก โดยผู้มีงานทำของไทยส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้ที่ทำงานโดยใช้ฝีมือต่างๆ คนงานทั่วไป พนักงานบริการ และช่างเทคนิคสะท้อนภาพของสถานการณ์ของแรงงานไทยว่ายังอยู่ในระดับกลางและล่างของตลาด อย่างไรก็ตาม สำหรับคนไทยที่เป็นช่างเทคนิคและผู้ที่ปกฺบัติงานด้านวิชาชีพและวิชาการมีการขยายตัวที่สูง ทำให้เชือ่ได้ว่ากำลังแรงงานไทยส่วนหนึ่งเริ่มที่จะยกระดับตนเอง เพิ่มโอกาสในการทำงานในระดับบนของตลาดมากขึ้นต่อไปได้ 
ผลจากการประชุมเชิงปฏิบัติการ สรุปว่าการจัดกลุ่มประเภทงาน 7 ประเภทตามที่นำเสนอมีความเห็นด้วยในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า มีความเห็นด้วยในระดับปานกลางในทุกด้าน โดยเรียงลำดับจากด้านความสามารถของการใช้แรงงานไทยทดแทนในอนาคตด้านความเหมาะสมของการจัดประเภทกลุ่มงาน และด้านความจำเป็นของการใช้แรงงานต่างด้าวเป็นลำดับสุดท้าย โดยในด้านความเหมาะสมของการจำแนกงาน 7 ประเภทที่อนุญาตให้คนต่างด้าวทำได้นั้น งานสำหรับผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพและวิชาการเฉพาะด้าน และงานบริหารมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ความจำเป็นและความต้องการใช้คนต่างด้าวในปัจจุบันในระดับมาก และในด้านความสามารถของแรงงานไทยที่จะสามารถทดแทนคนต่างด้าวในอนาคต เห็นว่า งานด้านบริการ งานสำหรับผู้ปฏิบัติงานทางเทคนิค งานทักษะฝีมือ และงานสำหรับผู้ฝึกงาน สามารถที่จะหาแรงงานไทยทดแทนได้ในอนาคตในระดับมาก
เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความต้องการใช้คนต่างด้าว และสถานการณ์การมีงานทำของคนไทย และมีผลกระทบกับคนต่างด้าวที่ได้รับใอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราวกับกรมการจัดหางานในปัจจุบันให้น้อยที่สุด การศึกษาครั้งนี้จึงเสนอแนะให้จำแนกประเภทงานที่ควรอนุญาตให้คนต่างด้าวสามารถขออนุญาตทำงานประเภทชั่วคราวได้ ออกเป็น 7 หมวด โดยให้เลขหมวดที่กำหนดอ้างอิงจากการจัดประเภทมาตรฐานอาชีพประเทศไทย ปี 2544 (Thailand Standard Classification of Occupations: TSCO-2001) อันประกอบด้วย หมวด 1 งานบริหาร (Executives) หมวด 2 งานสำหรับผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพและวิชาการฉพาะด้าน (Professionals and Experts) หมวด 3 งานสำหรับผู้ปฏิบัติงานทางเทคนิค (Technicians) หมวด 5 งานด้านบริการ (Service Workers) หมวด 7 งานทักษาฝีมือ (Skilled Workers) หมวด 9 งานพื้นฐาน (Labours) และหมวด 0 ผ๔ฝึกงาน (Trainee) โดยการจำแนกรหัสอาชีพสำหรับคนต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราวจาก 7 หมวดใหญ่ ลงถึงในระดับหน่วย (Unit) ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพที่แบ่งย่อยจากหมู่ มีจำนวนทั้งสิ้น 181 หน่วยอาชีพ (หรืองาน) ซึ่งมีความละเอียดเพียงพอกับข้อมูลและสามารถครอบคลุมคนต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราวของกรมการจัดหางานทั้งหมดกว่า 8 หมื่นคนได้ โดยที่กรมการจัดหางานสามารถดำเนินการยกร่างกฎกระทรวงเพื่อกำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่อนุญาตให้คนต่างด้าวทำ (พ.ศ.255..)โดยไม่จำเป็นตอ้งทำการยกร่างหรือแก้ไขพระราชกฤษฎีกากำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ.2522 เนื่องจากกฎกระทรวงเมื่อรัฐมนตรีได้ลงนามและได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วจะมีผลบังคับใช้ทันที
หมายเหตุ / ที่มา


ติดต่อขอยืมเอกสาร หรือติดต่อสอบถามได้ที่ กลุ่มวิจัยและพัฒนา สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์
โทร. 0-2618-2323 ต่อ 1507, 1508
 
   
     
  กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีย์สัมพันธ์ ถ.พระราม 6 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0-2618-2323 - 40 โทรสาร : 0-2618-2364, 0-2618-2399 E-mail : intraweb@prd.go.th