Intranet.prd.go.th
การจัดการความรู้
Home
Logout
A
A
A
วัตถุประสงค์
:
เพื่อเป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนความรู้ภายในองค์กร
Home
กลับหน้าหลัก
ตั้งคำถามใหม่
Admin
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการอ่านและหากข้อความใดใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ ที่ระบบไม่สามารถจะกลั่นกรองคำหยาบได้ ผู้ดูแลระบบจะทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบทันที
เหตุสมควรโกรธ.....ไม่มีในโลก
ความโกรธ มีพลัง มีอำนาจ ในการทำลายทุกอย่าง ทำลายความสุข ทำลายสติสัมปชัญญะ ทำลายสมาธิในการสร้างสรรค์ผลงาน ทำลายความสุขในครอบครัว
ความโกรธ มีพลังอำนาจในการทำลายความสัมพันธ์ของคนในองค์กร
ความโกรธ มีพลังอำนาจในการทำลายความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว
เพียงพบ
IP :
(113.53.71.*)_ 06 ม.ค. 2553 09:20:33
สัมพันธภาพ มีความหมายตามพจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตสถาน
ว่า ความผูกพัน ความเกี่ยวข้อง ดังนั้น คำว่า สัมพันธภาพที่ดี
จึงหมายถึง ความผูกพันที่ดี ความเกี่ยวข้องที่ดี ซึ่งในความมุ่งหมายที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในทุกอณูของสังคม จำเป็นต้องอาศัย
สัมพันธภาพที่ดี เพราะ สัมพันธภาพที่ดี เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ
พอๆ กับศักยภาพของคนในองค์กร อันจะนำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งดีๆ
ให้เกิดขึ้นในองค์กร เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ พอๆ กับศักยภาพของคนในครอบครัว อันจะนำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในครอบครัว
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:21:49
ผู้ตอบคนที่ :
1
ในการอยู่ร่วมกันในองค์กร ในการอยู่ร่วมกันในครอบครัว หากขาด สัมพันธภาพที่ดี ก็ยากที่จะทำงานใดๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กหรืองานใหญ่ ให้ประสบความสำเร็จ เกิดประโยชน์รอบด้าน อย่างยั่งยืน เพราะ สัมพันธภาพที่ดี เป็นบ่อเกิดแห่งความร่วมแรงร่วมใจ ในการทำงานร่วมกัน ด้วยความผูกพัน ด้วยความเต็มใจ มิใช่ด้วยหน้าที่ ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในองค์กรอย่างยั่งยืน ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในครอบครัวอย่างยั่งยืน จึงมิได้เกิดจากมือ เกิดจากสมอง เกิดจาก ความสำนึก หรือ เกิดจากความเสียสละของบุคคลเพียงคนเดียว มิได้เกิดจากมือ เกิดจากสมอง เกิดจากความสำนึก หรือ เกิดจาก ความเสียสละของบุคคลเพียงบางส่วน แต่จะต้องเกิดจากมือ เกิดจากสมอง เกิดจากความสำนึก และเกิดจากความเสียสละของบุคคลทุกคน หรืออย่างน้อยจะต้องเกิดจากมือ เกิดจากสมอง เกิดจากความสำนึก และเกิดจากความเสียสละของบุคคลส่วนใหญ่
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:22:41
ผู้ตอบคนที่ :
2
ในการทำงานหากปล่อยให้ ความโกรธ เป็นเครื่องมือในการทำลาย สัมพันธภาพที่ดี ให้หมดสิ้นลง ก็เปรียบเสมือนเราขาดซึ่ง แขน หลายๆ แขน ที่จะช่วยผลักดันองค์กรให้สูงขึ้น ให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น เร็วขึ้น ก็เปรียบเสมือนเราขาดซึ่ง ขา หลายๆ ขา ที่จะช่วยกันก้าวข้ามผ่านอุปสรรคนานัปการ และนำพาองค์กรไปข้างหน้า ให้ได้ไกลขึ้น เร็วขึ้น เมื่อใดก็ตาม ที่เราละวาง ความโกรธ ได้ สัมพันธภาพที่ดี ก็ย่อมที่จะดำรงอยู่ได้ และเมื่อนั้น ความสำเร็จในการทำงานย่อมที่จะเกิดขึ้นได้ไม่ยากเกินไปนัก
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:23:17
ผู้ตอบคนที่ :
3
ในขณะที่เราทำงานอย่างตั้งใจแน่วแน่ ที่จะทำให้งานบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ได้วางไว้ เราต้องยอมรับให้ได้ก่อนว่า ขณะนั้น เรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางของผู้นำแห่งจิตวิญญาณ เป็น จิตวิญญาณความรู้สึกแห่งความสำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบ หากเปรียบบรรยากาศเบื้องบน หรือที่สูง เป็นความสุข เป็นการกระทำความดี บรรยากาศเบื้องล่าง หรือที่ต่ำ เป็นความทุกข์ เป็นการกระทำความชั่ว หากเปรียบ น้ำ เป็นตัวแทนความดีและความชั่ว โดยกำหนดให้ น้ำ ซึ่งเป็นตัวแทนของความดีจะต้องลอยขึ้นสู่เบื้องบน หรือที่สูง และกำหนดให้ น้ำ ซึ่งเป็นตัวแทนของความชั่วจะต้องตกลงสู่เบื้องล่าง หรือที่ต่ำ เป็นการเปรียบเทียบประมาณว่า ทำดีขึ้นสวรรค์ ทำชั่วลงนรก นั่นเอง
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:23:44
ผู้ตอบคนที่ :
4
ผู้นำทางจิตวิญญาณ จะต้องพยายามกำหนดจิตวิญญาณของตนให้ปล่อยวางเบาสบายเปรียบประดุจ น้ำที่กลายเป็นไอ ที่พร้อมจะลอยขึ้นสู่เบื้องบน เป็นจิตวิญญาณที่พร้อมจะ ละซึ่งความโกรธ ละซึ่งความโลภ ละซึ่งความหลง ได้เสมอ ผู้นำทางจิตวิญญาณ จะต้อง ไม่ปล่อยให้จิตวิญญาณของตน เปรียบประดุจ น้ำที่กลายเป็นฝน ที่พร้อมจะตกลงสู่เบื้องล่าง เป็นจิตวิญญาณที่พร้อมซึ่งจะโกรธ พร้อมซึ่งจะโลภ และพร้อมซึ่งจะหลง ได้เสมอ
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:24:04
ผู้ตอบคนที่ :
5
หากเปรียบกระแสน้ำประดุจกระแสแห่งความปรารถนาร้าย ที่บุคคลรอบข้างส่งผ่านเข้ามากระทบความรู้สึกของเรา ทำให้เราเกิดความไม่พอใจ ความไม่สบายใจ ความทุกข์ใจ แล้ว
เราในฐานะผู้นำแห่งจิตวิญญาณ จะต้องทำตัวเป็น ปลาซึ่งยังมีชีวิต ที่พยายามแหวกว่ายทวนกระแสแห่งความปรารถนาร้าย เพื่อต่อสู้ สกัดกั้น ความไม่พอใจ ความไม่สบายใจ ความทุกข์ใจ เหล่านั้น มิให้มากระทบความรู้สึก หรือ ฝังแน่นในจิตวิญญาณของเราให้นานเกินไปให้จงได้ เราในฐานะผู้นำแห่งจิตวิญญาณจะต้องพยายาม แหวกว่ายทวนกระแสแห่งความปรารถนาร้าย เพื่อมิให้กระแสนั้น มีพลังอำนาจในการนำพาเราไปสู่ปลายทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามต่อการพัฒนาจิตวิญญาณของตนเองให้เป็นผู้ปล่อยวางได้
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:24:32
ผู้ตอบคนที่ :
6
เราในฐานะผู้นำแห่งจิตวิญญาณ จะต้องไม่ทำตัวเป็น ปลาซึ่งตายแล้ว ที่พร้อมจะลอยไปตามกระแสแห่งความปรารถนาร้ายลงสู่ที่ต่ำ โดยที่เราไม่สามารถขัดขืน ไม่สามารถสกัดกั้นความไม่พอใจ ความไม่สบายใจ ความทุกข์ใจ ที่จะมากระทบความรู้สึก หรือฝังแน่นใน จิตวิญญาณของเราได้ เพราะถ้าหากเราปล่อยตนเองให้เป็นดั่งเช่น ปลาซึ่งตายแล้ว เราจะไม่ผิดอะไรกับผู้ที่นั่งอยู่บนกองไฟที่เผาผลาญใจของเราทุกวินาที และต้องจมอยู่กับกองทุกข์นั้นร่ำไป อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:24:51
ผู้ตอบคนที่ :
7
หากเรามุ่งมั่นยืนหยัดที่จะเป็น ปลาซึ่งยังมีชีวิต เราจะรู้จักที่จะเรียนรู้วิธีการดิ้นรน รู้จักที่จะเรียนรู้วิธีการพยายามฝึกฝนตนเอง ให้สามารถอดทนต่อสิ่งเลวร้ายจากภายนอก ที่จะมากระทบความรู้สึกของเราในทุกๆ เรื่องได้
แต่หากเราทำตัวเป็น ปลาซึ่งตายแล้ว เราจะไม่มีวันได้รู้จักที่จะเรียนรู้วิธีการดิ้นรน เราจะไม่มีวันได้รู้จักที่จะเรียนรู้วิธีการพยายามฝึกฝนตนเองให้สามารถอดทนต่อสิ่งเลวร้ายจากภายนอก ที่จะมากระทบความรู้สึกของเราได้ และเมื่อนั้น โทสะ โลภะ โมหะ ศัตรูอัน ร้ายกาจต่อการพัฒนาจิตวิญญาณ จะวนเวียนเข้ามาเกาะกุม จิตวิญญาณของเรา จนบางครั้งไม่สามารถที่จะสลัดให้หลุดออกไปได้
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:25:21
ผู้ตอบคนที่ :
8
คนรักการทำงานส่วนใหญ่ มักเชื่อมั่นว่า ตนเองเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการทำงานไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร แต่คนรักการทำงานบางส่วนมักลืมไปว่า ตนเองไม่ใช่ผู้วิเศษที่สามารถจะทำงานทุกงาน หรือ บันดาลความสำเร็จให้งานทุกงาน อย่างยั่งยืนได้ ด้วยคนเพียง คนเดียว เพราะในการทำงานบางครั้ง ตนเองอาจไม่มีศักยภาพ ไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่มีความชำนาญในเรื่องนั้นๆ อย่างเพียงพอ หรือบางครั้ง อาจมีความจำเป็นบางประการที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายด้วยตนเอง จำต้องอาศัยผู้อื่นเพื่อ เติมเต็มภารกิจให้ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:25:42
ผู้ตอบคนที่ :
9
แต่หากภารกิจที่ฝากความหวังไว้ ตกอยู่ในมือของผู้ที่ขาดความรับผิดชอบ ขาดความเอาใจใส่ในงาน แบบไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า ย่อมมีความเสี่ยงที่จะทำให้ผลสัมฤทธิ์ในงานไม่บรรลุความหวังที่ตั้งไว้ แต่เมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า เราในฐานะผู้นำแห่งจิตวิญญาณ จะต้องเตรียมใจให้พร้อมสำหรับการรับมือ จะต้องเตรียมใจให้พร้อมสำหรับการปล่อยวาง กับความไม่พอใจ ความไม่สบายใจ และความทุกข์ใจ อย่างชาญฉลาด เพื่อสกัดกั้น ความโกรธ ให้จงได้ จากนั้นจึงนำสิ่ง ที่เกิดขึ้นมาเป็นบทเรียน นำสิ่งที่เกิดขึ้นมาทบทวน เพื่อแสวงหาหนทางใหม่ๆ ในการป้องกัน และหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:26:04
ผู้ตอบคนที่ :
10
หากมีปัญหาเกิดขึ้นจากการทำงานในองค์กร อย่ามัวเสียเวลากับการคิดว่า ใครถูก ใครผิด ทำไมเขาถึงทำอย่างนั้น ทำไมเขาถึงไม่ทำอย่างนี้ เพราะหากเขามี จิตสำนึกสาธารณะ ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว ปัญหาเดิมๆ ย่อมจะ ไม่เกิดขึ้น ที่สำคัญหากปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่เป็นปัญหา ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ป่วยการที่จะไปคาดหวังกับสิ่งนั้นให้มากเกินไป เพราะการคาดหวังกับคนอื่นมากๆ คนที่ทุกข์ คือ เรา มิใช่ใคร
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:26:26
ผู้ตอบคนที่ :
11
จิตสำนึกสาธารณะ ของแต่ละคนต่างกัน บางคนมีมาก บางคนมีน้อย บางคนไม่มี บางคนมีบ้างไม่มีบ้าง เพราะฉะนั้น เราต้องพยายามที่จะไม่คาดหวังกับคนอื่นจนเกินความพอดี เกินกำลังความสามารถเฉพาะตัวของคนอื่น เกินความสำนึกรับผิดชอบเฉพาะตัวของคนอื่น และไม่ควรนำตนเองไปเป็นบรรทัดฐานในการวัดความรู้เฉพาะตัวของคนอื่น วัดความสามารถเฉพาะตัวของคนอื่น วัดความสำนึกรับผิดชอบเฉพาะตัวของคนอื่น วัดความเอาใจใส่ในงานเฉพาะตัวของคนอื่น เพราะถึงแม้จะเป็นผู้ที่มีอาการครบ 32 เหมือนกัน แต่จิตใจย่อมแตกต่างกัน อันเนื่องมาจากวิธีการเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมทางสังคม ตลอดจนการอบรมบ่มนิสัยในวัยเยาว์ ที่ส่งผลให้ เป็นคนเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:26:44
ผู้ตอบคนที่ :
12
หลายท่านคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า โกรธ คือ โง่ โมโห คือ บ้า เพราะฉะนั้น วิธีการปล่อยวางความโกรธ ความโมโห โดยพยายาม คิดอย่างเข้าใจ เพื่อนำไปสู่การ คิดให้อภัย น่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด หลวงพ่อจรัล ฐิตธมฺโม แห่งวัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี บอกว่า เมื่อใดที่รู้สึกโกรธ ให้หายใจเข้ายาวๆ หายใจออกยาวๆ ไปเรื่อยๆ กำหนดจิต ให้ละทิ้งซึ่งความโกรธ จนกว่าความรู้สึกโกรธนั้นจะหายไป เมื่อนั้น สติ และ สมาธิ ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้าง ปัญญา จะเกิดขึ้น นำพา ให้เราค้นพบวิธีการแก้ไขปัญหาได้อย่างแยบยล และ สันติสุข
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:27:05
ผู้ตอบคนที่ :
13
พ.เนตรรังสี นักเขียนท่านหนึ่ง ได้ฝากข้อคิดคำคม ซึ่งมีใจความสำคัญ ว่า ...ชีวิตของคนเราสั้น และมีเขตจำกัด เราไม่ควรจะปล่อยให้เวลาของเราล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์เลย คนเกียจคร้านไม่ผิดอะไรกับคนตายที่ยังลืมตาอยู่ หรือคนที่นอนอยู่ในหลุมฝังศพเท่าใดนัก การดำรงชีวิตของคนเรา มิได้มีความหมายแต่เพียงการมีลมหายใจ การกิน และนอน เท่านั้น จำเป็นเช่นที่ได้กล่าวว่า คนเราต้องทำงานด้วย เพื่อตน เพื่อครอบครัว เพื่อประชาชาติ และประเทศชาติ...
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:27:26
ผู้ตอบคนที่ :
14
จากข้อคิดคำคมดังกล่าวข้างต้น เชื่อว่า ใครก็ตามที่มีจิตสำนึกสาธารณะ คงจะสะกิดใจขึ้นมาบ้างและนำไปใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตได้ไม่มากก็น้อย แต่คนที่อ่านแล้วย้อนถามตนเองว่า ทำไมต้องทำงานเพื่อประเทศชาติ ทำเพื่อตนก็เพียงพอแล้ว ก็คงจะห่างไกลกับคำว่า จิตสำนึกสาธารณะ อยู่มากนัก
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:27:46
ผู้ตอบคนที่ :
15
ขณะที่เราทำงานอยู่ในองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แล้วเราสามารถมีส่วนร่วมในการทำงานนั้นๆ ให้ประสบความสำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์ ที่องค์กรนั้นๆ ได้ตั้งไว้ จนก่อเกิดเป็นความภาคภูมิใจ ความอิ่มเอมใจ ความสุขใจทุกครั้งเมื่อนึกถึง แสดงว่า ชัยชนะในตนเอง ได้ก่อเกิด ขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์ เป็นชัยชนะที่ตนเองสามารถควบคุม ความโกรธ ความโลภ ความหลง ในตัวตน มิให้มีพลังอำนาจบ่อนทำลายสัมพันธภาพที่ดีซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างยิ่งในการทำงานทั้งเล็ก และใหญ่ให้ประสบความสำเร็จ เป็นชัยชนะที่ไม่ต้องลงทุนด้วย ทรัพย์ภายนอก คือ ทรัพย์สินเงินทองที่หามาได้ แต่เป็นชัยชนะที่ลงทุนด้วยทรัพย์ภายใน คือ จิตวิญญาณที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด เป็นชัยชนะที่เกิดจากการพัฒนาจิตวิญญาณอย่างต่อเนื่อง จนผลิดอกออกผลเป็นจิตวิญญาณที่เข้มแข็ง ที่มีพลัง ที่มีความอดทนต่อกระแสแห่งความปรารถนาร้ายที่รายรอบตัว ที่พร้อมจะถาโถมเข้ามารบกวนจิตวิญญาณของเราอยู่ตลอดเวลา
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:28:08
ผู้ตอบคนที่ :
16
ขอบคุณ ชื่อหนังสือ และ เนื้อหา ในหนังสือธรรมะที่ชื่อว่า "เหตุสมควรโกรธ...ไม่มีในโลก" ของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก แห่งวัดสุนันทวนาราม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีส่วนสำคัญ ในการสร้างแรงบันดาลให้บรรจงเรียงร้อยถ้อยคำ ก่อเกิดเป็นงานเขียนชิ้นนี้ ส่งผ่านไปถึงผู้ที่ถูกความทุกข์จาก ความโกรธ เข้าครอบงำ ให้รู้สึกผ่อนคลาย จนนำไปสู่ความรู้สึกคล้อยตามกับวลีที่ว่า "เหตุสมควรโกรธ...ไม่มีในโลก"
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:28:34
ผู้ตอบคนที่ :
17
ในความเป็นจริงของชีวิตมนุษย์ โกรธได้ทุกเวลา โลภได้ ทุกเวลา หลงได้ทุกเวลา แต่หากเราสามารถสลัดความรู้สึกโกรธ ความรู้สึกโลภ ความรู้สึกหลง ที่เกาะกุมจิตวิญญาณของเราอยู่ ทิ้งไป ได้เร็วที่สุดเท่าใด หากเราสามารถดับไฟโทสะ ไฟโลภะ ไฟโมหะ ที่ เผาผลาญอยู่ภายในจิตใจของเราให้มอดลงดับลง ได้รวดเร็วที่สุดเท่าใด นั่นคือ ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ ที่เราเป็นผู้กระทำประโยชน์ให้แก่ตัวเอง อย่างยิ่งใหญ่เช่นกัน
เพียงพบ
IP : (113.53.71.*) 06 ม.ค. 2553 09:29:04
ผู้ตอบคนที่ :
18
ขอบคุณที่นำข้อมูลมาให้อ่าน ก่อนทำงานต่อ
ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะครับ
คนภาคตะวันออก
IP : (172.16.112.*) 06 ม.ค. 2553 09:58:31
ผู้ตอบคนที่ :
19
ขอบคุณข้อความดีๆ ทีมีมาให้ได้อ่าน
บุญรักษา
IP : (118.174.83.*) 06 ม.ค. 2553 16:00:15
ผู้ตอบคนที่ :
20
สาธุ สาธุ สาธุ การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวงขอจงพบแต่ความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไป
เด็กวัดเก่า
IP : (172.16.112.*) 06 ม.ค. 2553 17:52:15
ผู้ตอบคนที่ :
21
อ่านแล้ว สุขและมีความสงบในใจ เขียนข้อความดีดีมาให้อ่านอีกนะ ขอขอบคุณ
DD
IP : (172.16.10.*) 07 ม.ค. 2553 10:24:10
ผู้ตอบคนที่ :
22
อดีตไม่มี ไม่รู้ ที่รู้นั้นคิดว่ารู้ ว่ามี
ปัจจุบัน มี ผ่านไป ก็ไม่มี ที่คิดว่ามีความจริงไม่มี
อนาคต ไม่มี ที่คิดว่ามีเพราะจินตนาการว่ามี
ที่มีความจริงคือ ปัจจุบัน เมื่อผ่านไป ก็เป็นอดีต
อดีตก็ไม่มี ที่คิดว่ามีคือความคิด
ที่ให้ระวัง คือความคิด และจินตาการ
ภาคใต้ไม่สงบเพราะอยู่บนพื้นฐานของความคิด
คิดว่ามี จินตนาการว่ามี
คิดว่ารู้ จินตนาการว่ารู้
เพราะ รู้กับมี คือ ความอยากที่ซ่อนเร่นอยู่ในหัวใจ
ถ้าหัวใจเต็มไปด้วยกิเลส บ่อเกิดแห่งทุกข์
ตัวเองทุกข์ไม่พอ แบ่งความทุกข์ให้เพื่อนร่วมโลกไปด้วย
ตัวเองทุกข์ เพื่อนทุกข์ จังหวัดทุกข์ ประเทศทุกข์ โลกก็ทุกข์
บ้าทั้งประเทศ บ้าทั้งโลก
ลีซาน
IP : (192.168.30.*) 07 ม.ค. 2553 10:25:00
ผู้ตอบคนที่ :
23
ไม่เห็นทุกข์ ไม่เห็นธรรม
คนเคยทุกข์
IP : (125.26.24.*) 07 ม.ค. 2553 11:35:22
ผู้ตอบคนที่ :
24
1
แสดงความเห็นต่อคำถามนี้
แสดงความเห็น
โดย
Email
ข้าพเจ้ายอมรับ
ข้อตกลงในการใช้เว็บบอร์ด
ในการส่งความเห็น เราถือว่าท่านได้ยอมรับ
ข้อตกลงในการใช้เว็บบอร์ด
แล้ว หากท่านไม่ยอมรับข้อตกลงดังกล่าว ขอให้ท่าน
ยกเลิกการส่งความเห็น
[
ปิดหน้าต่างนี้
]
กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีย์สัมพันธ์ ถ.พระราม 6 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0-2618-2323 - 40 โทรสาร : 0-2618-2364, 0-2618-2399 E-mail : intraweb@prd.go.th