Intranet.prd.go.th
การจัดการความรู้
Home
Logout
A
A
A
วัตถุประสงค์
:
เพื่อเป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนความรู้ภายในองค์กร
Home
กลับหน้าหลัก
ตั้งคำถามใหม่
Admin
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการอ่านและหากข้อความใดใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ ที่ระบบไม่สามารถจะกลั่นกรองคำหยาบได้ ผู้ดูแลระบบจะทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบทันที
จะทำอย่างไรให้ KM ประสบผลสำเร็จ ?
http://gotoknow.org/blog/play/1194
http://gotoknow.org/blog/play/1194
สทท.ขก
IP :
(125.26.142.*)_ 22 มี.ค. 2550 11:20:27
ขอต้อนรับ สทท.ขก 125.26.142 ร่วมก๊วน ใน CoP พื้นที่เสมือนตรงนี้ หวังว่า จะได้เบาะแสดีดี แบบนี้อบ่างต่อเนื่อง
จริง ๆ แล้ว ความรู้ มีอยู่มากมาย เพียงแต่ว่า เราจะเอามาใช้ มาเพิ่ม
มาเติมใส่ตัวเราได้อย่างไร ควรเอามาแค่ไหน คัดสรรในส่วนที่จำเป็น มา
เก็บไว้ให้เรียกใช้ได้ง่าย สกัดกรองต่อเติม ให้เหมาะกับความต้องการของเรา พัฒนาตัวเรา งานเรา อย่างไร เท่านั้นเอง
ก็แค่นี้แหละคือสุดยอดความคิดเรื่องการบริหารความรู้ KM หละ ทำให้เป็นรูปธรรมตามนี้ได้ ก็ OK แล้วหละ
ศักดา/สระแก้ว
IP : (125.24.159.*) 22 มี.ค. 2550 15:35:54
ผู้ตอบคนที่ :
1
ก็พึ่งจะเริ่มต้นนะครับ ขอบคุณ ท่านศักดาที่ได้เริ่มการจัดการความรู้เท่าที่รู้ก็มีมาไม่นาน ขอบคุณที่ เอื้อเฟื้อข้อมูลที่ดีๆ มีความรู้หลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่ในตัวตน คนกรมประชาสัมพันธ์ ถึงแม้จะโดนเผาหลายๆครั้ง แต่เชื่อเถอะว่าความรู้ที่อยู่ในคนกรมเรา(ความรู้ฝั่งลึกที่อยู่ในตัวบุคคล (Tacit Knowledge))ที่ผ่านประสบการณ์มาตั้งมากมายกก็ไม่อาจจะโดนเผาไปได้ แต่สิ่งที่กลัวเหลือเกิน ช่วงเวลาที่อาจจะทำให้คนเราต้องพ้นไปเพราะการเกษียณอายุ ที่ทำให้ความรู้และประสบการณ์ได้หายไปด้วยเราจะทำอย่างไรกันดี จึงจะได้ความรู้ประสบการณ์ในคนเหล่านั้น.....
สทท.ขก
IP : (61.7.140.*) 22 มี.ค. 2550 23:02:30
ผู้ตอบคนที่ :
2
ต้องฝาก KMTeam กปส.
ตั้งโครงการ "ขอความรู้จากผู้ใหญ่ใกล้เกษียณ"
ทำแบบ CoP ก็ได้ Story Telling ก็ดี ........
แต่ "ต้อง"มีการจัดการ
รอบนี้ เห็นว่า จะหลุดจากวงจรราชการไป ตั้ง ๒๒ คน แน่ะ
ศักดา/สระแก้ว
IP : (125.24.141.*) 29 มี.ค. 2550 09:31:37
ผู้ตอบคนที่ :
3
อ.ประพนธ์ ผาสุขยืด บอกว่า
"การทำ KM นั้น ให้ "ลงมือทำ" เลย ไม่ต้องเงื้อง่าราคาแพง
ไม่ต้องเรียนอะไรเพิ่มให้มากมาย ได้แค่หลัก ๆ ก็พอ
"ทำไป" "เรียนไป" ก็ "รู้ไป" เองแหละ
เริ่มจากถามตัวเองก่อน ว่า "เราอยากรู้อะไร ?" "เรามีสิ่งนั้นหรือยัง?""เราจะหาสิ่งนั้นมาจากที่ไหน?" "เราจะเอามันมาเก็บไว้อย่างไร?"
"เรามีวิธีเรียกเอามาใช้ได้ง่าย ๆ อย่างไร?" "เอามันมาแลกเปลี่ยนกับใคร?
อย่างไร?" "เรามีวิธีต่อยอด ปรับแต่ง สรุปให้เกิดประโยชน์กับงานของเราอย่างไร? " "รู้แล้วบอกต่อใคร?อย่างไร?"
ไม่ยากใช่ไหม ?
ศักดา/สระแก้ว
IP : (125.24.155.*) 29 มี.ค. 2550 09:38:42
ผู้ตอบคนที่ :
4
คุณมีอาชีพทำ TV อยู่แล้ว
คำถามเพื่อหาความรู้มาจัดการ น่าจะง่าย ๆ ก็คือ
"ทำให้คนทั่วไปรู้ว่าเราเก่งเรื่องงานโทรทัศน์เยอะมาก ทุกเรื่อง ได้อย่างไร ?"
งานผลิตรายการ Pre-pro Pro Post-Pro
งานศิลปกรรม - กราฟฟิค - คอมพิวเตอร์
งานช่างเทคนิค
งาน.............
ศักดา/สระแก้ว
IP : (125.24.155.*) 29 มี.ค. 2550 09:44:13
ผู้ตอบคนที่ :
5
กระบวนการขั้นตอนในการบริหารความรู้KM
- ขุดค้น รวบรวม คัดเลือกความรู้จากทั้งในและนอกองค์กร
นำมาตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ปรับปรุง
- จัดหมวดหมู่ความรู้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน
- จัดเก็บความรู้ให้ค้นหาง่าย
- สื่อสารเพื่อถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยน แบ่งปัน
- จัดกิจกรรม (CoP Story telling AAR etc.) เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
- วิเคราะห์เพื่อยกระดับความรู้
- สร้างความรู้ใหม่
- ประยุกต์ใช้ความรู้
- สรุปบทเรียน ถอดประสบการณ์ เรียนรู้ที่ได้จากการใช้ความรู้
ผมบอกหลัก ๆ ได้แค่นี้ ไปทำ"รายละเอียด"เอา นะ
ศักดา/สระแก้ว
IP : (125.24.178.*) 29 มี.ค. 2550 10:20:53
ผู้ตอบคนที่ :
6
ถ้า "สำนัก" "สทท." เป็น "ชุมชนใหญ่" (CoP)
"กอง/ฝ่าย/กลุ่มงาน" ก็เป็น "ชุมชนย่อย"
ก็สามารถเอา"ความรู้" มาแลกเปลี่ยน/แบ่งปัน กันได้ ใน"ชุมชน"และ"ข้ามชุมชนระหว่างชุมชนย่อย" เป็น Community of Practice (CoP)
เป็นลักษณะของ"ชุมชน"ที่สามารถสร้างสรรค์ความรู้ในการผลิตและการทำงาน คนใน"ชุมชน"มีการแสวงหาความรู้และบูรณาการความรู้จากภายนอกเข้ามาใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาของ"ชุมชน" นอกจากนี้ ชุมชนยังมีการแวสวงหาความในการทำงานด้วยกระบวนการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันเองทั้งภายในชุมชนและภายนอกชุมชน
แถวใกล้ ๆ ขอนแก่น มีคนเก่งเรื่อง KM ที่อยากแนะนำ ชื่อ
ผศ.ทศพล สมพงษ์ คณะมนุษย์ฯ ม.ราชภัฎสกลนคร
ลองต่อสายไปดู นะ
ศักดา/สระแก้ว
IP : (125.24.178.*) 29 มี.ค. 2550 10:33:24
ผู้ตอบคนที่ :
7
อยากชวนให้ คุณ สทท.ขก. ลองทำอย่างที่ blog ที่คุณแนะนำมาว่าไว้
จะได้มีอะไร ดี ดี มาแลกเปลี่ยนกัน ไง
ศักดา/สระแก้ว
IP : (125.24.138.*) 29 มี.ค. 2550 17:08:37
ผู้ตอบคนที่ :
8
กลยุทธ์ในการทำ KM แบบยั่งยืน (Sustainable KM)
๑. ระบุองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการเชิงยุทธศาสตร์
และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอก
๒. พัฒนาตัวแบบ (template) เพื่อจัดองค์ความรู้ให้อยู่ในรูปแบบของ
การสื่อสารที่เข้าใจง่าย เผยแพร่ง่าย
๓. พัฒนาระบบบริหารภายในที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยน ถ่ายเท องค์ความรู้
ทั้งภายในและภายนอก
๔. ความร่วมมือ ประสานงานของบุคลากร เพื่อพัฒนาองค์ความรู้เป็นไป
อย่างยั่งยืน
๕. ขยายผลความร่วมมือเป็น "เครือข่ายองค์ความรู้" ในทุกภาคส่วน
prsk
IP : (125.24.133.*) 03 เม.ย. 2550 12:03:33
ผู้ตอบคนที่ :
9
ขั้นตอนการจัดการความรู้ (อีกแบบ)
๑. กำหนดแผนงาน ระบบบริหารโครงการ
๒. กำหนดกรอบนโยบาย แนวทางการทำงาน
๓. สำรวจสภาพแวดล้อมภายใน
๔.. สำรวจสภาพแวดล้อมภายนอก
๕. วิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis)
๖. ออกแบบระบบบริหารความรู้
๗. ออกแบบการเชื่อมโยงกับระบบอื่น
๘. ทดสอบ ระบบ และ ประเมินปล
๙. รายงานผลการพัฒนา
pr/sk
IP : (125.24.133.*) 03 เม.ย. 2550 12:09:16
ผู้ตอบคนที่ :
10
ขอแลกเปลี่ยนในประเด็น "ทำอย่างไร ให้ KM สำเร็จ ?" นะ
ผมว่า ต้องย้อนไปดู พรฎ.หลักเกณฑ์/วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๑๑ ที่ว่า ให้มีการพัฒนาความรู้ในส่วนราชการ
พัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้(LO)สม่ำเสมอ โดย "รับรู้"ข้อมูลข่าวสาร "ประมวลผล"ความรู้ และ "ประยุกต์ใช้"ความรู้นั้นในการปฏิบัติราชการ เพื่อ "ความถูกต้อง - รวดเร็ว - เหมาะสม"
ซึ่ง "ต้อง" ส่งเสริม - พัฒนาความรู้ - ความสามารถ ด้วยการ "สร้างวิสัยทัศน์ - ปรับเปลี่ยนทัศนคติ" บุคลากร ให้เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ - มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน มุ่งไปสู่ "องค์กรแห่งการเรียนรู้"
เฮ้อ...........แค่อ่านนี่ก็ "ยุ่ง" แล้ว
ศักดา ช./สระแก้ว
IP : (125.24.129.*) 13 เม.ย. 2550 09:34:32
ผู้ตอบคนที่ :
11
วิธีทำ
๑. ตั้ง KM Team และ CKO ทำการ"ขับเคลื่อน"
๒. ทำ Focus Area ว่าภายใน ๑ ปี จะพัฒนา"ความรู้" เพื่อตอบสนอง"พันธกิจ - Mission Support" เพื่อพัฒนาองค์กร (OD) และ
แก้ไขปัญหาขององค์กร
๓. ตั้ง KM Desired State - ตั้งเป้าเดียว / ปี
๔. ทำ "ปัจจัยแห่งความสำเร็จ" - Key Success Factors คือ
- มี Action Plan
- มีที่ปรึกษา
- CKO มีภาวะผู้นำ
- KM Team เข้มแข็ง เป็น Manager ในการจัด CoP
และ "สร้าง/แสวงหา ความรู้ (K) ตามเป้า
- มีการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้(Sharing) แบ่งปัน ทั้งในพื้นที่จริง และ พื้นที่เสมือน
- มีการจัด "ตลาดนัดความรู้ - KM Fair" และสร้างขวัญกำลังใจให้กัน
- มีการสื่อสาร KM อย่างกว้างขวาง หลายช่องทาง สม่ำเสมอ
ต่อเนื่อง
-
ศักดา ช./สระแก้ว
IP : (125.24.129.*) 13 เม.ย. 2550 09:50:25
ผู้ตอบคนที่ :
12
ที่จริง ชื่อกระทู้นี่ น่าสนใจมาก เป็นประเด็นดีมาก ที่ "คน กปส." ควร
จะได้เข้ามาแลกเปลี่ยนกัน ช่วยกันหาคำตอบร่วมกัน แบ่งปันประสบการณ์กัน ใครทำอะไร อย่างไร ก็บอกกัน
ผมว่า เราย่อยสลาย "พฤติกรรมหวงความรู้" กันสักหน่อย ก็จะช่วยได้เยอะ นะ
ศักดา ช./สระแก้ว
IP : (125.24.129.*) 04 พ.ค. 2550 08:57:04
ผู้ตอบคนที่ :
13
ผมว่า สถานการณ์ Teleconference ล่าสุด เมื่อ 9 พ.ค.50 ที่ท่าน อปส.มาคุยเอง คงช่วยกระตุ้นให้ "คน กปส."ให้ความสนใจ ขยายวงออกไปอีกไม่น้อย อยากเห็น การทำ KM ถึงระดับหน่วยงาน หรือ หลายหน่วยจังหวัดร่วมกัน
เรื่องดี ๆ แบบนี้ ทำเถอะครับ ใครทำคนนั้นได้ ไม่ต้องรอ
อ้อ ยินดีด้วยกับ ศสช. ที่ปรับหน้า Webboard ให้ใหม่
ใครมีอะไรดี ก็ส่งไปหน่อยนะ
ศักดา ช./สระแก้ว
IP : (125.27.121.*) 10 พ.ค. 2550 09:30:24
ผู้ตอบคนที่ :
14
ถ้า ให้ กปส.KMTeam ประเมินความสำเร็จของการทำ KM ปีนี้ ก็จะบอกว่า "สำเร็จตามแผน" "สำเร็จตามเกณฑ์ที่ ก.พ.ร.กำหนด" ฯลฯ
.....แต่ ในทัศนะของผม....
ความสำเร็จของการทำ KM อยู่ที่ "การเกิดนวัตกรรมความรู้เรื่องนั้น ๆ"
"คน กปส.มีพฤติกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้" "เกิด CoP ที่ต่อเนื่อง"
..... ลองเอาตัวชี้วัดความสำเร็จที่ผมว่านี้ ไปอธิบายปรากฏการณ์ดูสิครับ..... ได้ไหม ?
ศักดา / prsurin
IP : (117.47.172.*) 10 พ.ย. 2550 16:14:29
ผู้ตอบคนที่ :
15
จากหนังสือKM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ บอกว่า
ทำ KM หรือเขียนบล็อกไม่ได้ดี ถ้า ....
1. ทำหรือบันทึกเพื่อโอ้อวด หรือเพื่อเอาคะแนนเป็นเป้าหมายหลัก เพราะจะมีความปลอมอยู่ในนั้นเยอะเกิน
2. เอาความรู้ในตำรา ในระเบียบราชการหรือหน่วยงานมาเขียนบล็อก
3. ไม่ได้อยู่บนฐานของชีวิตจริงหรืองานประจำ
4. คิดว่าการเอาความสำเร็จมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนั้นเป็นความสำเร็จระดับ "สุดยอด"
5. ไม่มีการบันทึกผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือบันทึกไม่เป็นและไม่รู้วิธีในการบันทึก tacit knowledge
6. ใจไม่เปิด หูไม่เปิด ปากไม่เปิด ตาไม่เปิด หรือเปิด แต่เปิดผิดทาง เปิดแบบมิจฉาทิฐิ ไม่เปิดแบบสัมมาทิฐิ หมายถึงเปิดโดยมีความเคารพผู้อื่น เห็นความสามารถและคุณค่าของผู้อื่นพร้อมไปกับความมั่นใจตนเอง และเห็นข้อจำกัดของตนเอง
7. ทำในระดับวัตถุ กายภาพ หรือระดับกิจกรรม ไม่ได้ลึกลงไปถึงระดับคุณค่าและจิตวิญญาณ
8. ไม่ทำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ออกไปนอกกลุ่ม นอกหน่วยงาน ไม่แสวงหาความรู้จาก best practice ของหน่วยงานอื่นมาต่อยอด
9. ไม่มีการ re-use ความรู้ที่ตนร่วมกันสร้างขึ้น
10. หน่วยงานมีวัฒนธรรมอำนาจยึดครอง
11. ไม่มองในแง่บวก มีอคติกับสรรพสิ่่ง
12. ความไม่เข้าใจวัฒนธรรมการเรียนรู้ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใต้วัฒนธรรมดังกล่าว
13. ไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของบล็อกอย่างแท้จริง ใช้การเขียนบันทึกเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่ไม่สร้างสรรค์
14. มัวติดยึดที่รางวัล
15. คิดแข่งขันกับผู้อื่น แต่ไม่ได้มองพัฒนาการตน
16. ไม่รักที่จะสนุกในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคคลอื่น ไม่มีอารมณ์ดีในขณะที่เขียน ซึ่งเป็นอารมณ์ของผู้ให้และเกิดความภาคภูมิใจ
17. ไม่รู้จักและไม่เข้าใจคำว่า "มิตรภาพ"
18. ไม่รู้จักและไม่เข้าใจคำว่า "ให้" ที่เป็นการให้ด้วยใจและเจตนาที่ดีงาม ไม่มุ่งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนหรือหน่วยงานของตน และลดตัวตนให้น้อยที่สุด
19. เขียนบล็อกตามคำสั่งของเจ้านาย นายบอกให้เขียนก็เขียนไป
20. อยากจะประชาสัมพันธ์หน่วยงานของตัวเอง
ศักดา /prsurin
IP : (222.123.221.*) 01 ม.ค. 2551 11:10:08
ผู้ตอบคนที่ :
16
จากหนังสือKM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ บอกว่า
ทำ KM หรือเขียนบล็อกไม่ได้ดี ถ้า ....
1. ทำหรือบันทึกเพื่อโอ้อวด หรือเพื่อเอาคะแนนเป็นเป้าหมายหลัก เพราะจะมีความปลอมอยู่ในนั้นเยอะเกิน
2. เอาความรู้ในตำรา ในระเบียบราชการหรือหน่วยงานมาเขียนบล็อก
3. ไม่ได้อยู่บนฐานของชีวิตจริงหรืองานประจำ
4. คิดว่าการเอาความสำเร็จมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนั้นเป็นความสำเร็จระดับ "สุดยอด"
5. ไม่มีการบันทึกผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือบันทึกไม่เป็นและไม่รู้วิธีในการบันทึก tacit knowledge
6. ใจไม่เปิด หูไม่เปิด ปากไม่เปิด ตาไม่เปิด หรือเปิด แต่เปิดผิดทาง เปิดแบบมิจฉาทิฐิ ไม่เปิดแบบสัมมาทิฐิ หมายถึงเปิดโดยมีความเคารพผู้อื่น เห็นความสามารถและคุณค่าของผู้อื่นพร้อมไปกับความมั่นใจตนเอง และเห็นข้อจำกัดของตนเอง
7. ทำในระดับวัตถุ กายภาพ หรือระดับกิจกรรม ไม่ได้ลึกลงไปถึงระดับคุณค่าและจิตวิญญาณ
8. ไม่ทำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ออกไปนอกกลุ่ม นอกหน่วยงาน ไม่แสวงหาความรู้จาก best practice ของหน่วยงานอื่นมาต่อยอด
9. ไม่มีการ re-use ความรู้ที่ตนร่วมกันสร้างขึ้น
10. หน่วยงานมีวัฒนธรรมอำนาจยึดครอง
11. ไม่มองในแง่บวก มีอคติกับสรรพสิ่่ง
12. ความไม่เข้าใจวัฒนธรรมการเรียนรู้ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใต้วัฒนธรรมดังกล่าว
13. ไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของบล็อกอย่างแท้จริง ใช้การเขียนบันทึกเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่ไม่สร้างสรรค์
14. มัวติดยึดที่รางวัล
15. คิดแข่งขันกับผู้อื่น แต่ไม่ได้มองพัฒนาการตน
16. ไม่รักที่จะสนุกในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคคลอื่น ไม่มีอารมณ์ดีในขณะที่เขียน ซึ่งเป็นอารมณ์ของผู้ให้และเกิดความภาคภูมิใจ
17. ไม่รู้จักและไม่เข้าใจคำว่า "มิตรภาพ"
18. ไม่รู้จักและไม่เข้าใจคำว่า "ให้" ที่เป็นการให้ด้วยใจและเจตนาที่ดีงาม ไม่มุ่งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนหรือหน่วยงานของตน และลดตัวตนให้น้อยที่สุด
19. เขียนบล็อกตามคำสั่งของเจ้านาย นายบอกให้เขียนก็เขียนไป
20. อยากจะประชาสัมพันธ์หน่วยงานของตัวเอง
ศักดา /prsurin
IP : (222.123.221.*) 01 ม.ค. 2551 11:16:07
ผู้ตอบคนที่ :
17
1
แสดงความเห็นต่อคำถามนี้
แสดงความเห็น
โดย
Email
ข้าพเจ้ายอมรับ
ข้อตกลงในการใช้เว็บบอร์ด
ในการส่งความเห็น เราถือว่าท่านได้ยอมรับ
ข้อตกลงในการใช้เว็บบอร์ด
แล้ว หากท่านไม่ยอมรับข้อตกลงดังกล่าว ขอให้ท่าน
ยกเลิกการส่งความเห็น
[
ปิดหน้าต่างนี้
]
กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีย์สัมพันธ์ ถ.พระราม 6 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0-2618-2323 - 40 โทรสาร : 0-2618-2364, 0-2618-2399 E-mail : intraweb@prd.go.th